โคนม
อาชีพพระราชทาน อาหารทรงคุณค่า

 

     คนไทยยุคใหม่เติบโตมาพร้อมกับการ “ดื่มนมโค” ตั้งแต่เด็ก แต่นมโคไม่ใช่อาหารประจำท้องถิ่นของประเทศไทย ทำให้คนไทยในอดีตดื่มนมโคในปริมาณที่น้อยมาก นมโคเป็น “หนึ่งในวิวัฒนาการด้านอาหาร” ของมนุษย์ที่มีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ จุดเริ่มต้นของมนุษย์ในการบริโภคน้ำนมสัตว์เกิดจากวิวัฒนาการและการเรียนรู้ที่จะเลี้ยงสัตว์ไว้บริโภคแทนการออกล่า หลังจากนั้นมนุษย์จึงเรียนรู้ที่จะนำน้ำนมจากสัตว์ ซึ่งประกอบด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่เป็นประโยชน์ที่จำเป็นต่อร่างกายเฉกเช่นเดียวกับน้ำนมมนุษย์ ได้แก่ นมแพะ นมแกะ นมม้า นมโค มาบริโภคและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากนม อาทิ เนย ชีส และโยเกิร์ต


     การเลี้ยงโคนม และการผลิตน้ำนมในประเทศไทย มีตั้งแต่ปี 2450 โดยชาวอินเดียซึ่งมีวัฒนธรรมการบริโภคนมอยู่แล้ว และอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยได้นมพันธุ์ โคนมบังกาลา (Bengal) เข้ามาเลี้ยงเพื่อรีดนมบริโภคในหมู่ชนชาวอินเดีย แต่คนไทยในสมัยนั้น ยังไม่นิยมบริโภคนมโคโดยตรง เด็กทารกจะอาศัยนมมารดาเป็นหลัก การบริโภคนมของคนไทยจะมีบ้างในกลุ่มคนที่มีการศึกษา แต่ส่วนใหญ่ยังนิยมบริโภคนมข้นหวานที่นำเข้าจากต่างประเทศ ต่อมาในปี 2463 ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ได้ทำฟาร์มเลี้ยงโคนมในตำบลบางเบิด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

     การเสด็จพระราชดำเนินเยือน ณ ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีวิวัฒนาการด้านปศุสัตว์ยาวนาน ที่สุดในกลุ่มยุโรปเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงโคนม พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการฟาร์มโคนมของชาวเดนมาร์กเป็นอย่างมาก ด้วยทรงเล็งเห็นว่า “อาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคงเป็นหลักแหล่งไม่ต้องบุกรุกทำไร่เลื่อนลอยอีกต่อไป”

     ด้วยมิตรจิตมิตรใจ ที่ทรงมีต่อมิตรประเทศ รัฐบาล และสมาคมเกษตรกรชาวเดนมาร์กจึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโครงการเลี้ยงโคนม หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จนิวัตประเทศไทยแล้ว โดยมีการจัดตั้งฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมที่ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี แต่เนื่องจากการเลี้ยงโคนม และการบริโภคนมวัวเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย ก่อนจะดำเนินงานโครงการจึงยังมีข้อคัดค้าน ข้อเสนอแนะ และได้มีการสำรวจเพื่อความเหมาะสมในหลาย ๆ ด้าน


     ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2505 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าเฟดเดอริค ที่ 9 และสมเด็จพระราชินีอินกริด แห่งประเทศเดนมาร์ก ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนม และศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ก อย่างเป็นทางการ จึงนับได้ว่าเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การเลี้ยงโคนมในประเทศไทย สร้างความตื่นตัวให้คนไทยหันมาเลี้ยงโคนมเพื่อผลิตน้ำนมในเชิงการค้าอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น และเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ

     ในช่วงปี 2512 เกิดภาวะน้ำนมดิบล้นตลาด กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจังหวัดราชบุรี ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ในการนี้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินการสร้างโรงนมผงขนาดย่อมขึ้นในสวนจิตรลดา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตนมผงจากน้ำนมดิบที่รับซื้อจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และรายได้จากการจำหน่ายน้ำนมสดมาใช้ในการก่อสร้าง นับเป็นโรงนมผงแห่งแรกของประเทศไทย (ในอดีตนมผงที่บริโภคในประเทศ นำเข้ามาจากต่างประเทศ) และดำเนินการก่อสร้างโดยคนไทยทั้งหมด ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2512 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงนมผง และพระราชทานชื่อว่า “โรงนมผงสวนดุสิต” ต่อมาได้มีการขยายกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติม ดังนี้ ศูนย์รวมนมสวนจิตรลดา โรงนมเม็ดสวนดุสิต โรงเนยแข็งสวนจิตรลดา และโรงนมยูเอชที จิตรลดา

     ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถ พระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อกิจการโคนมไทย จึงทรงได้รับการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งกิจการโคนมไทย” The Father of Dairy Farming in Thailand